Leeds United ทีมพลังหนุ่มจากยุค 1990-2000

Share on facebook
Share on twitter
Share on google

Leeds United ทีมพลังหนุ่มจากยุค 1990-2000

Leeds 1990-2000
Leeds 1990-2000

ย้อนกลับไป 15-20 ปีที่แล้ว แฟนบอลในยุค 1990 ถึงยุค 2000 ยังคงจำภาพของกลุ่มนักเตะพลังหนุ่มที่วิ่งสู้ฟัดไม่มีหมดแรง เล่นอย่างดุดันไม่กลัวใครหน้าไหน ในชุดสีขาวล้วน

อลัน สมิธ , แฮรี่ คีล , เอียน ฮาร์ท , แกรี่ เคลลี่ , ไม่เคิล บริดจส์ , ลี โบเยอร์ , แกรี่ เคลลี่ , โจนาธาน วู้ดเก้ด , แดนนี่ มิลล์ นี่คือเหล่าเด็กระเบิดแห่งเอลแลน์โร้ด ซึ่งต่อมาก็มีการดึงตัว ริโอ เฟอร์ดินานด์ , โดมินิก มัตเตโอ , ร็อบบี้ คีน , ดาเรน ฮัคเคอร์บี้ ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ และนักเตะสตาร์ดัง อีกลายคนเข้าสู่ทีม

ในเมืองไทย แฟนบอล Leeds United มีไม่น้อยเลยทีเดียว อาย.โย่ง ตำนานกูรูลูกหนังของไทยก็คือ 1 ในแฟนตัวยง ถ้าใครได้ติดตามฟุตบอลพรีเมียร์ลีกในช่วงยุคปลาย 90’s ถึงต้น 2000’s คงน่าจะพอจำได้ว่า ลีดส์ ยูไนเต็ด คือหนึ่งในทีมที่ทำผลงานได้อย่างร้อนแรง

ลีดส์ยูไนเต็ด ตั้งอยู่ที่ บีสตัน เมืองลีดส์ มณฑลเวสต์ ยอร์คเชอร์ มีชื่อเล่นของทีมว่า Peacock (ยูงทองในภาษาไทย) ในฤดูกาลปัจจุบันลีดส์ยูไนเต็ด ต้นปี 2020 นำเป็นจ่าฝูงในศึกฟุตบอลลีกแชมเปียนชิป

ในปี 1904 ได้มีการก่อตั้งสโมสรฟุตบอลในชื่อว่า “ลีดส์ซิตี” ต่อมา ในปี 1919 ได้เปลี่ยนชื่อเป็น “ลีดส์ยูไนเต็ด” และเข้าสู่ลีกอาชีพในปี ค.ศ. 1920

ลีดส์นับว่าเป็นทีมที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในช่วงทศวรรษที่ 70 โดยในช่วงของดอน เรวี่ส์ ลีดส์คว้าแชมป์เป็นกอบเป็นกำซึ่งเคยก้าวถึงแชมป์ยูโรเปี้ยนคัพและลีดส์เป็นทีมสุดท้ายในประวัติศาสตรที่คว้าแชมป์ดิวิชั่น 1 ฤดูกาล 1991-92 ก่อนที่จะเปลี่ยนชื่อลีกสูงสุดเป็นพรีเมียร์ลีก

ลีดส์ เคยคว้าแชมป์ลีก 3 สมัยในฤดูกาล 1968–69 , 1973-74 , 1991–92 เอฟเอคัพ 1 สมัยในฤดูกาล 1971–72 , ลีกคัพ 1 สมัย

ถึงจะไม่เคยคว้าแชมป์ พรีเมียร์ ลีก แต่ก็จบฤดูกาลด้วยการคว้าตั๋วไปเล่นรายการแข่งขันระดับทวีปได้แทบทุกครั้ง และนอกจากนั้นในรายการแข่งขันระดับทวีปพวกเขาก็ทำผลงานได้ดีไม่แพ้กัน การันตีด้วยการเข้าถึงรอบรองชนะเลิศศึก ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ฤดูกาล 2000-01 และรางวัลรองชนะเลิศ ยูฟ่า คัพ (ยูโรปา ลีกในปัจจุบัน) ฤดูกาล 1999-2000

หลังจากคว้าแชมป์ลีก ลีดส์ยังทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจ แต่ สาเหตุที่ในปัจจุบัน ลีดส์ ยูไนเต็ด ไม่ได้อยู่ในตารางพรีเมียร์ลีก ด้วยผลงานไม่ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ บวกกับสโมสรต้องแบกรับค่าเหนื่อยของบรรดาซุปเปอร์สตาร์ในทีม

แน่นอนผลกำไรที่น้อยกว่าทุนและรายจ่ายของสโมสร ทำให้ฤดูกาล 2002/03 ลีดส์จำใจต้อง ยอมขายตัวนักเตะเก่งๆ ออกจากทีมไปอย่างไม่มีใครคาดคิดมาก่อน เพื่อพยุงรายจ่ายของสโมสรไม่ว่าจะเป็น ริโอ เฟอรดินานด์, โจนาธาน วู้ดเกต, ร็อบบี้ คีน, ลี โบวเยอร์ และร็อบบี้ ฟาวเลอร์ อีกทั้งเดวิด โอเลียรี่ ผู้จัดการทีมยังถูกปลดออกจากตำแหน่ง ส่งผลให้ลีดส์จบฤดูกาลด้วยอันดับที่ 15 และผลงานในฟุตบอลถ้วยเล็กของยุโรปอย่างยูฟ่า คัพเอง ก็ไปได้เพียงแค่รอบที่สาม

และแล้วฤดูกาลที่แฟนลีดส์หลายต่อหลายคนไม่มีวันลืมก็มาถึง การเสียดาวเตะอย่างแฮรี่ คีล, โอลิวิเยร์ ดากูร์, แดนนี่ มิลด์ และไนเจล มาร์ติน ไป เหลือนักเตะตัวหลักชุดผลงานล้มยักษ์ในศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก สองฤดูกาลก่อน เพียงแค่มาร์ค วิดูก้า, อลัน สมิธ, เอียน ฮาร์ท และโดมินิค มัตเตโอ แน่นอนในฤดูกาล 2003/04 ลีดส์ ยูไนเต็ดตกชั้นด้วยการจบอันดับที่ 19 และสโมสรถูกปรับให้ล้มลายในเวลาต่อมา

ที่น่าเห็นใจที่สุดคือ อลัน สมิท ที่เป็นลูกหม้อของลีดส์ เกิดที่ลีดส์ เติบโตที่ลีดส์ และเริ่มเล่นฟุตบอลที่ลีดส์ ทุกส่วนในนร่างกายของเค้าคือลีดส์ ที่เค้าต้องย้ายไปยังทีมที่เค้าเกลียดที่สุดในตอนนั้น ก็เพราะสถานการณ์บังคับ ถึงแม้จะไม่มีใครเข้าใจ

เผื่อบางท่านยังไม่ทราบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คือ ทีมคู่แค้นที่สุดของลีดส์ แต่เนื่องจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเป็นทีมเดียวที่ยอมจ่ายเงินสดเป็นค่าตัวของ อลัน สมิธ ให้กับลีดส์ด้วยค่าตัว 6 ล้านปอนด์ และด้วยความรักที่มีต่อทีม อลัน สมิธไม่ขอรับค่าเซ็นสัญญา ทำให้ลีดส์ได้รับเงินเพิ่มอีก 1 ล้านปอนด์ เป็น 7 ล้านปอนด์เพื่อไปใช้จ่ายหนี้สินที่ค้าง

คู่ปรับสำคัญของ ลีดส์ ยูไนเต็ด ก็คือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เวลาทั้งสองทีมแข่งขันกันจะถูกเรียกว่า สงครามดอกกุหลาบ Wars of the Roses เรียกว่าเป็นอริที่ไม่มีวันดีกันยิ่งกว่า ลิเวอร์พูลกับแมนยู เลยก็ว่าได้

สงครามดอกกุหลาบ ค.ศ. 1455 – ค.ศ. 1489 เป็นสงครามกลางเมือง ในการแย่งราชบัลลังก์อังกฤษระหว่าง ผู้เกี่ยวข้องกับ ราชวงศ์แลงคาสเตอร์ และผู้เกี่ยวข้องกับราชวงศ์ยอร์ค ราชวงศ์ทั้งสองสืบเชื้อสายมาจากพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 3 แห่งราชวงศ์แพลนทาเจเน็ท

ชื่อ “สงครามดอกกุหลาบ” เชื่อกันว่ามิได้เป็นชื่อที่ใช้กันในระหว่างสงครามแต่ที่มาของชื่อมาจากตราประจำพระราชวงศ์ทั้งสองกุหลาบแดงแห่งแลงคาสเตอร์ และ กุหลาบขาวแห่งยอร์ค

สงครามดอกกุหลาบ มานิยมเรียกกันในคริสต์ศตวรรษที่ 19 หลังจากการพิมพ์หนังสือชื่อ “แอนน์แห่งไกเออร์สไตน์” (Anne of Geierstein) โดยเซอร์วอลเตอร์ สกอตต์ สกอตต์ ใช้ชื่อที่มาจากบทละครเรื่อง“พระเจ้าเฮนรีที่ 6 ตอนที่ 1” โดยวิลเลียม เชกสเปียร์

ซึ่งสองฝ่ายที่เป็นปฏิปักษ์ต่อกัน เลือกดอกกุหลาบสีต่างกันที่ ตามตำนานเล่าว่า เดิมทีมีนกไนติงเกลตัวหนึ่งมาหลงรักเจ้าดอกกุหลาบขาวแสนสวย และขณะที่มันกำลังจะเอาปีกโอบกอดดอกกุหลาบด้วยความรักนั้นเอง หนามกุหลาบ ก็ทิ่มแทงที่หน้าอกของมัน หยดเลือดของเจ้านกไนติงเกล เลยทำให้ดอกกุหลาบสีขาวกลายเป็นสีแดง เลยมีดอกกุหลาบสีแดงนับแต่นั้นเป็นต้นมา

ส่วนอีกตำนานหนึ่งก็เล่าว่ากุหลาบสีแดงใน สวนอีเดน เกิดจาการจุมพิตของ อีฟเจ้าดอกกุหลาบขาวที่หญิงสาวจุมพิต เลยเกิดอาการขวยเขินจึงเปลี่ยนเป็นสีแดงแคว้นยอร์เชียร์ คือดินเเดนแห่งความรักสีขาว เเละที่นี้มีดอกกุหลาบสีขาวพันธุ์ดีหลายพันธุ์ และหนึ่งในหลายสายพันธุ์ที่เหล่าชาวเมืองภาคถูมิใจนั้นคือ สายพันธุ ลีดส์ ยูไนเต็ด ซึ่งเป็นความภูมิใจของชาวเมืองลีดส์ เชสเชียร์ คือ ดินแดนของดอกกุหลาบเเดง

หลังโดนวิกฤติทางการเงินเล่นงานเมื่อปี 2004 นอกจากขายนักเตะใช้หนี้แล้ว ลีดส์ ไม่มีทางเลือกมาก จำต้องขึ้นบัญชีขายสนามเหย้าอย่าง เอลแลนด์ โร้ด ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 85 ปี ออกไปด้วยสนนราคา 8 ล้านปอนด์ เพื่อพยุงสโมสรให้อยู่รอด

ซึ่งสัญญาซื้อขายเอลแลนด์โร้ดในเวลานั้น ลีดส์ ได้ใส่ออพชั่น พิเศษ มีสิทธิซื้อ เอลแลนด์ โร้ด กลับคืนอีกครั้งภายใน 25 ปีข้างหน้า โดยราคาค่างวดจะบวกเพิ่มไปตามจำนวนปีที่ปล่อยผ่าน

เมื่อปี 2017 เจ้าของสโมสรคนปัจจุบัน อันเดรีย ราดริซซานี่ นักธุรกิจชาวอิตาเลียน จัดการทุ่มเงินก้อนโตกว่า 17 ล้านปอนด์ ซื้อเอลแลนด์ โร้ด กลับมาสังเวียนเหย้าของลีดส์อีกครั้ง

ราดริซซานี่ เผยผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสโมสร ถึงการได้กรรมสิทธิ์เอลแลนด์ โร้ด กลับคืนสู่การเป็นสังเวียนเหย้าของสาวก “ยูงทอง” อีกครั้งว่า “นี่คือหนึ่งวันสำคัญในประวัติศาสตร์ของลีดส์ ยูไนเต็ด และเป็นหนึ่งในวันที่ภาคภูมิใจของผม”

“เมื่อผมได้พบเหล่าทีมบริหารและแฟนบอลในช่วง 2-3 เดือนแรกของผมกับทีม การซื้อเอลแลนด์ โร้ด เป็นหนึ่งในเรื่องที่เราให้ความสำคัญมากเป็นลำดับแรก และผมดีใจที่เราได้ประกาศบรรลุเรื่องนี้ในวันนี้”

“ถือว่าเป็นก้าวสำคัญมาก ๆ สำหรับทุก ๆ คนที่มีความเกี่ยวพันกับลีดส์ โดยเฉพาะแฟนบอลที่จงรักภักดีต่อสโมสร”

หวังว่าใน Season 2020-2021 เหล่าสาวกยูงทอง คงจะได้เห็นทีมรักกลับขึ้นมาโลดเล่นบนลีกสูงสุด และทำศึก Wars of the Roses กับคู่ปรับอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อีกครั้ง

Leeds 2019
Leeds 2019

#ไปดูบอล
——————————————————
สอบถามตั๋วฟุตบอลอังกฤษ แบบ VIP Hospitality โปรแกรมแข่งขัน โปรแกรมเดินทางไปดูบอลกับเรา

ผู้ใช้สามารถเพิ่มบัญชี “gotostadiums” เป็นเพื่อนได้ด้วยการ

คลิกลิงก์นี้ https://lin.ee/pERlrPD

ได้ที่ Line : @gotostadiums
Website : https://www.gotostadiums.com/
Fanpage : https://www.facebook.com/gotostadium
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCtWAr_vQOniKS75nclGIGmg

ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวเลขที่ 21/00692

About Us

ไปดูบอล – gotostadiums.com

เกิดจากความบ้าฟุตบอล และมีความฝันว่าจะไปดูฟุตบอลรายการใหญ่ๆ ในต่างประเทศ เมื่อไปสัมผัสบรรยากาศจริง มันรู้สึกว่าแตกต่างจากที่เราดูถ่ายทอดอยู่หน้าจอเยอะเลย จึงอยากจะแบ่งปันประสบการณ์ให้กับคนมีฝันคล้ายๆกันให้ลองติดตามดู

Recent Stories

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

© since 2019 gotostadiums.com – All Right Reserved.