jurgen klopp กับ 5 เคล็ดลับบริหารทีมLiverpool ให้ประสบความสำเร็จ

Share on facebook
Share on twitter
Share on google

jurgen klopp กับ 5 เคล็ดลับบริหารทีมLiverpool ให้ประสบความสำเร็จ

“I Am The Normal One” ผมก็แค่คนธรรมดา

เสียงทุ้มอันทรงพลัง ตอบนักข่าวที่กำลังถามคำถามเกี่ยวกับคำจำกัดความของตัวเขาเอง ในวันที่ 8 ตุลาคม ปี 2015

ในวันนั้น jurgen klopp กำลังจะเข้ารับตำแหน่งผู้จัดการทีมของสโมสรLiverpool สโมสรที่ใครเข้ามาทำงานก็ไม่ประสบความสำเร็จซะส่วนใหญ่ เรียกได้ว่า เผือกร้อน พอสมควร

ถึงแม้ คลอปป์ จะมีถ้วยรางวัลการันตีจากโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ มาแล้ว แต่ในพรีเมียร์ลีก มันต่างออกไป

ในวันที่ jurgen klopp เข้ารับตำแหน่งนั้น อาแซน เวงเกอร์ ยังคุมอาเซน่อล  ใน ขณะที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีหลุยส์ ฟานกัลป์ กุมบังเหียน  ขณะที่ มานูเอล เปเยกรินี่  กำลังเสริมตัวผู้เล่นอย่างหนักเพื่อพา แมนซิตี้ เป็นแชมป์อีกครั้ง

คลอปป์  กล่าวว่าผมขอเวลา 4 ปี จะนำแชมป์มาให้กับแฟนบอลหงส์แดงอีกครั้ง

เอาตรงๆวันนั้น เหล่า The Kop  ต่างหัวใจพองโต รอวันแห่งความสำเร็จที่จะมาถึง แต่ในใจลึกๆมองดูตัวผู้เล่นในทีมปัจจุบัน เป็นไปได้ยากมากๆที่จะได้แชมป์ในเวลาอันรวดเร็ว

สี่ปีผ่านไป 1 มิถุนายน 2019  วันที่เหล่าแฟนบอลลิเวอร์พูลรอก็เป็นจริงขึ้นมา กับ ถ้วยแชมป์ยุโรปสมัยที่ 6 ชนะแบบพลิกนรกถล่มบาเซโลน่ามา ในรอบตัดเชือก และ กดทีมสเปอร์แบบชิวๆ ในรอบชิงชนะเลิศ

ในปีถัดมา มิถุนายน 2020 jurgen klopp ยังพา ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกของสโมสร และ แชมป์ลีกสูงสุดสมัยที่ 19 นับเป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี หลังจากแมนเชสเตอร์ซิตี พ่ายแพ้ต่อ เชลซี 2–1 ที่สนามกีฬาสแตมฟอร์ดบริดจ์ ในนัดที่ 31 ของการแข่งขัน ซึ่งทำให้คะแนนของลิเวอร์พูลมีมากกว่าแมนฯ ซิตีในขณะนั้นถึง 23 คะแนน ซึ่งเกินกว่าโอกาสในการเก็บคะแนนได้ของแมนฯ ซิตีซึ่งมีโอกาสที่จะทำได้สูงสุดเพียง 21 คะแนน

อะไร คือ ปัจจัย แห่งความสำเร็จของเยอร์เก้นคล็อปป์กันล่ะ??

สำหรับผมที่ได้เฝ้าดูพัฒนาการของทีมLiverpool ภายใต้การจัดการของ คลอปป์นั้น ถ้าให้มองลึกลงไป ผมมองถึง 5 ขั้นตอน สูตรความสำเร็จของการบริหารทีมของ เจอร์เก้น คลอปป์ ซึ่งสามารถนำมาปรับใช้กับองค์กรและการทำธุรกิจของเราได้ด้วย

 

  1. การบริหารบุคลากร Personnel management

หลังจากที่ เยอร์เก้น คลอปป์ เข้ารับตำแหน่งผู้จัดการทีมของLiverpool  เวลานั้นการซื้อขายตัวผู้เล่นไม่สามารถทำได้เนื่องจากเป็นช่วงปิดตลาดการซื้อขายตัวผู้เล่น

คลอปป์เริ่มทำการ บริหารตัวผู้เล่น ด้วยการทดลองใช้งานผู้เล่นที่เป็นมรดกมาจาก แบรนดอน รอดเจอร์ กุนซือคนก่อนหน้า ก่อนจะวางเริ่มซื้อตัวผู้เล่นใหม่

การทดลองผู้เล่นของคลอปป์ กับระบบที่เขาถนัด ทำให้คลอปป์รู้ว่า นักเตะคนไหนที่เขาจะพาไปต่อ และ คนไหนที่ไม่ได้ไปต่อกับทีม

ผลงานกับนักเตะชุดเดิม Liverpool จบ อันดับ10 ของลีกและ ได้รองแชมป์ ยูโรปาลีก

โดยนักเตะในชุดปี 2015 ปีแรกของ คลอปป์กับ Liverpool ที่อยู่มาจนถึงปี 2021 มีทั้ง โรแบร์โต เฟอร์มิโน่  เจมส์ มิลเนอร์  โจ โกเมซ  ดิวอค โอริกี และ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน

 

  1. การวางระบบของทีม SystemFirst

หลังจากที่ทดลองตัวผู้เล่น 1 ฤดูกาลแข่งขัน jurgen klopp เริ่มสร้างระบบของทีมขึ้นมา เป็นแบบแผนที่สื่อในวางการฟุตบอล เรียกว่า “เกเก้นเพรสซิง”  เป็นการวางตำแหน่งตัวผู้เล่นแผงเกมส์รุก เพรซวิ่งใส่คู่แข่งทุกจังหวะที่มีโอกาส และใช้ตัวผู้เล่นในแดนกลาง ค่อยช่วยสนับสนุนให้เต็มพื้นที่ รวมถึงตัดเกมส์ก่อนถึงอกนหลัง  ในขณะที่ ผู้เล่นด้านกราบ ต้องคอยโจมตี วิ่งขึ้นลง รุกและรับไม่หยุด

โดยระบบของ คล็อปป์ จะไม่สนใจว่าผู้เล่นที่เข้ามาจะเป็น ดารา ซุปเปอร์สตาร์ ค่าตัว ค่าเหนื่อย แพงขนาดไหน แต่ต้องเหมาะกับระบบทีม ที่เขาได้วางแผนไว้  ดังนั้นเราจึงได้เห็นนักเตะที่ไม่ใช่ ดาราดัง หรือโนเนมจากทีมอื่น กลายมาเป็น นักเตะชื่อดังกับLiverpool เช่น แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน  ฟาบินโญ่   ซาดิโอ มาเน่  โมฮัมเหม็ด ซาล่าห์  และ เฟอร์จิล ฟานไดจ์

นอกจากนั้น คลอปป์ ไม่ได้วางระบบการเล่นแค่ทีมชุดใหญ่ แต่ทีมงานผู้ช่วยของคลอปป์ ยังต้องวางรับบการเล่นในชุดเยาวชที่เหมือนกันกับทีมชุดใหญ่ เนื่องจากถ้าต้องการดึงนักเตะเยาวชนขึ้นมาทดทน นักเตะเหล่านั้นสามารถเข้าใจระบบการเล่นและเล่นได้ทันที  เหมือนกับที่ ดึง รีส์ วิลเลี่ยม  เนโก วิลเลี่ยม  เคอร์ติส โจนส์  ขึ้นมาเล่นชุดใหญ่ในฤดูกาล2020-2021

 

  1. เลือกคนที่เหมาะสมไว้ใจมาร่วมงานด้วย Personal Trust

คลอปป์ดึงทีมงามที่เขาไว้ใจ เข้ามาช่วยบริหารทีม มีทั้งที่เคยทำงานร่วมกัน หรือเคยเห็นผลงานมาบ้างแล้ว และ ทีมงานเหล่านั้น ก็ไว้วางใจเขาด้วย

ปีเตอร์ คราเวียร์ Assistant Manager คนที่อยู่กับคลอปป์มาตั้งแต่คุม ไมนซ์05 และ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์

และปล่อยคนที่ไม่เชื่อใจวิธีการทำงานของเขาออกไป แม้จะสนิทกันมากแค่ไหนก็ตาม อย่าง แชร์โจ บูวัช

และถ้าบุคลากรงานส่วนไหนที่เป็นประโยชน์กับทีม คลอปป์ไม่ลังเลที่จะไปดึงเข้ามาเป็นทีมงาน

เนื่องจากระบบการเล่นของคลอปป์ ต้องใช้พลังงานความฟิตในการเล่นเพรซวิ่งมากกว่าปกติ ความฟิตจึงสำคัญมาก การได้ตัว ฟิตเนสโค้ช อย่าง แอนเดรียส คอนแมเยอร์ ที่ไปดึงตัวมาจาก บาเยิร์น มิวนิค จึงตอบโจทย์

ปี 2018 การพลาดแชมป์ยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีกให้กับรีล มาดริด  ทำให้คลอปป์มองเห็นถึงความสำคัญในเรื่องการควบคุมจิตใจ และสมาธิของนักเตะ ในระหว่างฤดูกาลแข่งขัน การดึงตัวนักจิตวิทยา ที่มีประสบการณ์การเป็นอดีตผู้จัดการทีมเชสเตอร์ฟิลด์มาก่อน  ลี ริชาร์ดสัน ช่วยพูดคุยกับนักเตะในทีม ทำให้ลดความกังวล และมีสมาธิมากขึ้น จะเห็นได้จากการลุ้นแชมป์ในฤดูกาล 2019-20 ในขณะที่ทีม Liverpool นำเป็นจ่าฝูงห่างถึง 18 คะแนน เหล่านักเตะยังไม่มีอาการดีใจหรือสื่อสารออกทาง Social Media ส่วนตัวเลย จนถึงวันที่ได้การรันตีแชมป์แน่นอนแล้ว

 

  1. การให้โอกาสและเชื่อใจทีมงาน Give an opportunity

คลอปป์ให้โอกาสกับนักเตะที่อยู่ในทีมเสมอ ได้ทดลองตำแหน่งและความรับผิดชอบใหม่ๆ รวมถึงนักเตะเยาวชนด้วยเช่นกัน ซึ่งใครที่สามารถเข้าระบบทีมได้

การให้โอกาสแสดงถึงความไว้เนื้อเชื่อใจ และคลอปป์เองก็เชื่อใจนักเตะหลายๆคนที่พร้อมทำตามคำสั่งและรุ้หน้าที่ของตัวเอง ซึ่งอาจจะขัดใจแฟนบอลอยู่พอสมควร

การที่เห็น จอร์แดน เฮนเดอร์สัน เล่นมิดฟิลด์ ตัวรับบ้าง แบ็คบ้าง เซ็นเตอร์บ้าง และก็ทำได้ค่อนข้างดี ลงตัว ถึงแม้จะดูขัดใจ หรือ การที่เห็น เจมส์ มิลเนอร์ เล่นได้ทุกตำแหน่งทางริมเส้น หรือแผงกองกลาง เป็นการช่วยแก้ปัญหากตัวผู้เล่นเจ็บได้อย่างดี

ซึ่งหากคลอปป์ ไม่ให้โอกาสนักเตะหลายๆคน แฟนบอลLiverpool อาจไม่ได้รู้จัก เทรนท์ อเล็กซานเอร์ อาโนลด์ เยาวชนจากคนท้องถิ่น หรือแม้แต่ ดิวอค โอริกี ที่สุดท้ายตอบแทนความไว้ใจ ยิง 2 ประตูพาทีมพลิกนรกชนะบาเซโลน่า และ ประตูสู่แชมป์ยุโรปสมัยที่ 6 กับ สเปอร์ ก็เป็นได้

แต่ทั้งนี้ การให้โอกาสของคลอปป์ ก็ไม่ใช่ว่าจะได้ผลดีเสมอไป คลอปป์ มีลิมิตความไว้วางใจ เช่นกัน  เคยวาง โลริส คารีอุส เป็นผู้รักษาประตูมือ 1 ของทีม แต่หลังจากนัดชิงยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีก ที่พลาด 2 ประตู ทำให้ทีมแพ้ได้แค่รองแชมป์  คลอปป์ ตัดสินใจ ทุ่มเงิน 65 ล้านปอนด์ ซื้อ อลิซง เบคเกอร์ คนที่เขามั่นใจได้มากกว่าเข้าสู่ทีมทันที

 

  1. วินัย อดทน พยายาม Discipline, patience, effort

คลอปป์ให้ความสำคัญกับการฝึกซ้อม วินัยของนักเตะระหว่างซ้อม และการทุ่มเทของนักเตะค่อนข้างมาก เวลาซ้อมคือซ้อม เวลาฉลองคือฉลอง ถ้าใครทำผิดกฎก็พร้อมที่จะทำโทษ โดยการไม่ให้ลงเล่น และปล่อยย้ายทีมออกไป  เช่น มามาดู ซาโก้ ที่ โดนดองจนต้องย้ายทีมในปี 2017 หลังมีปัญหาความประพฤติ

 

ความอดทน และ มีวินัย ของนักเตะในทีม มีผลกับการแข่งขันค่อนข้างมาก เพราะตลอดระยะเวลา 9-10 เดือน ที่การแข่งขันดำเนินไปนั้น เราไม่รู้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้น การเล่นอย่างอดทน ความซ้อมที่สม่ำเสมอ จนนักเตะเข้าใจระบบ และเล่นกันอย่างรู้ใจ 3 ประสาน SMF  เกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าไม่ผ่านการฝึกซ้อม หรือเล่นเข้าขากันอย่างรู้ใจมาก่อน

 

ดังนั้น เรื่องของวินัยและความพยายาม จึงเป็นเรื่องที่สำคัญสุดต่อทีมของ คลอปป์ คนไหนรับหน้าที่อะไร ลงสนามไปก็ทำตามที่ได้วางแผน ถ้าทำแล้วผิดพลาด ไม่ได้ผลตามที่ตั้งใจก็กลับมาแก้ไขในครั้งถัดไป

 

นี่ก็คือ 5 ข้อ ที่ผมเองได้มองเห็นจากการบริหารจัดการทีมของ jurgen klopp ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งถ้าเรานำทั้ง 5 ข้อไปปรับใช้กับการทำงานของเรา หารบริหารงานในองค์กรของเราก็น่าจะดีไม่น้อยนะครับ

 

Personnel management

System First

Personal Trust

Give an opportunity

Discipline, patience, effort

 

ปี2020 ทองของ jurgen klopp

รางวัลผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมพรีเมียร์ลีกประจําฤดูกาล

รางวัลผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมแห่งปี ของ LMA

รางวัลโค้ชยอดเยี่ยมแห่งปี จาก BBC

รางวัลโค้ชยอดเยี่ยมแห่งปี The Best จากฟีฟ่า ประจำปี 2020

 

แอดมินเฟรน เรียบเรียง

——————————————————
สอบถามตั๋วฟุตบอลอังกฤษ แบบ VIP Hospitality โปรแกรมแข่งขัน โปรแกรมเดินทางไปดูบอลกับเรา
ผู้ใช้สามารถเพิ่มบัญชี “gotostadiums” เป็นเพื่อนได้ด้วยการ
คลิกลิงก์นี้ https://lin.ee/pERlrPD
ได้ที่ Line : @gotostadiums
Fanpage :https://www.facebook.com/gotostadium
ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวเลขที่ 21/00692
จอร์แดน เฮนเดอร์สัน
จอร์แดน เฮนเดอร์สัน

About Us

ไปดูบอล – gotostadiums.com

เกิดจากความบ้าฟุตบอล และมีความฝันว่าจะไปดูฟุตบอลรายการใหญ่ๆ ในต่างประเทศ เมื่อไปสัมผัสบรรยากาศจริง มันรู้สึกว่าแตกต่างจากที่เราดูถ่ายทอดอยู่หน้าจอเยอะเลย จึงอยากจะแบ่งปันประสบการณ์ให้กับคนมีฝันคล้ายๆกันให้ลองติดตามดู

Recent Stories

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

© since 2019 gotostadiums.com – All Right Reserved.